Tools โปรแกรมสำหรับการเขียนภาษาซี (1) – IDE

รับสอนการเขียนโปรแกรม และ วิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์อื่นๆ ดูรายละเอียดได้ที่นี่

การพัฒนาหรือเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าก็ต้องมี Tools สำหรับใช้เขียนโปรแกรม แล้วแปล Source Code ที่เขียนไปออกมาเป็น Execution File ที่สามารถรันได้จริงๆ (ซึ่งเราเรียกกันว่าการ Compile นะ)

ขอเริ่มด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่นั่นคือการใช้สิ่งที่เรียกว่า “IDE”

IDE: Tools สำหรับเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ

IDE นั้นย่อมาจาก Integration Develop Environment

ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็ประมาณว่า “โปรแกรมที่รวมสภาพแวดล้อมสำหรับการพัฒนาโปรแกรม” หรือก็คือโปรแกรมที่รวม Tools ทุกอย่างที่เราต้องใช้ในการเขียนโปรแกรมไว้อย่างครบถ้วน!

ในตัวอย่างนี้เราจะมาแนะนำวิธีใช้โปรแกรม Dev C++ ซึ่งในความเห็นเรา มันไม่ใช่โปรแกรมเขียนภาษาซีที่ดีที่สุด แต่มันใช้ง่าย ตัวโปรแกรมไม่มีปุ่มหรือฟีเจอร์อะไรซับซ้อนให้คนเพิ่งเริ่มเขียนโปรแกรมงง แถมติดตั้งง่ายด้วย

Dev C++

ชื่อโปรแกรมอ่านว่า “เดฟ ซี พลัส พลัส”

download ได้ที่: https://sourceforge.net/projects/orwelldevcpp/ หรือ เสิร์จหาคำว่า “Dev C++” ใน Google เองก็ได้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเราเขียนภาษา C ก็จริง แต่ภาษา C เนี่ยสามารถใช้โปรแกรมสำหรับเขียนตัวเดียวกับภาษา C++ ได้ ซึ่งบางทีเราจะเห็นภาษาเขียนว่า C/C++ หมายความว่าโปรแกรมนี้คุณสามารถใช้ภาษา C หรือ C++ เขียนได้ทั้ง 2 ภาษา

(ภาษา C++ นั้นถือว่าใหญ่กว่าภาษา C เราสามารถเอาคอมไพเลอร์ภาษา C++ มาคอมไพล์ภาษา C ได้ 100% … แต่ไม่สามารถเอาคอมไพเลอร์ C ไปคอมไพล์ภาษา C++ ได้นะ)

สำหรับการติดตั้งโปรแกรมนั้นง่ายมาก ดาวน์โหลดตัวติดตั้งมาแล้วก็กด next ไปเรื่อยๆ ก็พร้อมใช้งานแล้ว ส่วนของฟีเจอร์นั้นไม่ค่อยมีอะไรมาก เหมาะกับมือใหม่จะได้โฟกัสกับการเขียนโค้ดเต็มที่

ในขั้นแรกของการใช้ IDE เราจะต้องทำการสร้าง Project ขึ้นมาซะก่อน

สำหรับ Dev C++  มีโปรแกรมหลายแบบให้เลือก แต่สำหรับแบบง่ายที่สุดให้เลือกแบบ Console Application พร้อมทั้งตั้งชื่อโปรเจคด้วยนะ (ในเคสนี้ตั้งชื่อว่า “MyFirstProject”)

หลังจากสร้างโปรเจคเสร็จแล้ว โดยปกติโปรแกรมจะสร้างไฟล์สำหรับเขียน Source Code หลักให้เราในชื่อ main.cpp (นามสกุลไฟล์คือ .cpp ซึ่งย่อมาจากไฟล์โปรแกรมในภาษา C++ แน่นอนว่าจริงๆ เราเขียนภาษา C ดังนั้นจะตั้งชื่อไฟล์ด้วยนามสกุล .c ก็ได้เหมือนกัน)

จากนั้นให้ลองพิมพ์โค้ดที่เรียนไปในบทที่แล้วลงไป (ตัวโปรแกรมอาจจะเขียนโค้ดอะไรซักอย่างมาให้ก่อน ไม่ต้องสนใจ ลบทิ้งได้เลย)

จากนั้นให้กดปุ่ม Compile & Run ด้านบน (หรือจะกดทีละปุ่มคือกด Compile –> Run เองก็ย่อมได้นะ)

*หมายเหตุ บางเครื่องอาจจะมีการลงโปรแกรม Anti-Virus เอาไว้ทำให้โปรแกรมที่เราเขียนรันไม่ได้ (หรืออาจจะต้อง scan โปรแกรมก่อน)

ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดอะไร โปรแกรมจะแสดงหน้าผลลัพธ์ออกมาให้เราดู

ในตัวอย่างนี้โปรแกรมทำงานได้อย่างถูกต้อง คือมันจะปริ๊นประโยค “hello TAMEMO.com” ออกมา (ด้านล่างเป็นส่วน report การทำงานของโปรแกรมเราที่ Dev C++ เพิ่มเติมเข้ามาให้)

 

IDE ตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

IDE สำหรับเขียนภาษา C เนี่ยมันไม่ได้มีแค่โปรแกรมเดียวแน่นอน มีหลายเจ้าที่สร้าง IDE สำหรับเขียนภาษา C ขึ้นมา

วิธีการใช้ IDE ตัวอื่นๆ นั้นไม่ค่อยต่างจากการใช้ Dev C++ มากนัก

Visual Studio (Microsoft)

โปรแกรมจาก Microsoft แน่นอนว่าสามารถติดตั้งใน Windows ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน ด้านฟีเจอร์ที่ช่วยเขียนโปรแกรมนั้นมีเยอะมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าโปรแกรมพัฒนาของ Microsoft จะมีขนาดใหญ่ ใช้พลังงานในการรันเยอะ คอมพิวเตอร์อาจจะต้องใช้เครื่องที่สเป็กสูงสักหน่อย

CLion (JetBrains)

โปรแกรม “ซีไลอ้อน” เป็นโปรแกรม IDE ที่เราขอลงความเห็นว่าดีที่สุดในตอนนี้แล้ว (ปี 2018) ผู้สร้างคือบริษัท JetBrains ที่เป็นผู้สร้างโปรแกรม Android Studio ที่เอาไว้เขียนแอพบนมือถือ Android

CLion ออกแบบมาเป็นโปรแกรมสำหรับพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษา C/C++ แบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเขียนระดับเริ่มต้น เอาไว้ทำโปรแกรม หรือเอามาเอาไปใช้ในขั้นทำงานจริงได้เลย (ฟีเจอร์ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญคือ code hint หรือตัวแนะนำว่าเขียนอะไรผิด ควรจะแก้ยังไงทำงานได้ค่อนข้างฉลาด)

CLion นั้นมีตัว install โปรแกรมสำหรับทั้ง Windows และ Mac เลยด้วยนะ แต่ข้อเสียคือบางทีเราต้องติดตั้งตัวคอมไพเลอร์แยกเอง และโปรแกรมนี้ไม่ฟรีนะ!


มากันที่ฝั่ง Mac กันบ้าง บอกเลยว่าสำหรับผู้ใช้ Mac นั้นโปรแกรมที่เขียนภาษา C ที่ง่ายที่สุดนั่นคือ

Xcode (Apple)

โปรแกรมสำหรับพัฒนาแอพอันดับ 1 บน Mac สร้างโดย Apple เองเลย สามารถเขียนโปรแกรมได้หลายภาษา (แต่ส่วนใหญ่ก็อิงกับเทคโนโลยีของฝั่ง Apple)

หลักๆ Xcode เอาไว้พัฒนาแอพสำหรับ iPhone แต่ก็สามารถเอามาใช้เขียนโปรแกรมภาษา C ได้เช่นกัน

ข้อดีคือฟรีสำหรับ Mac เลย และประสิทธิภาพการใช้งานก็จัดว่าดีมาก แต่ข้อเสียคือตัวโปรแกรมใหญ่มาก ประมาณ 10GB ยิ่ง Mac รุ่นใหม่ๆ ใช้ฮาร์ดดิสแบบ SSD ความจุน้อย ผู้ใช้ต้องเผื่อพื้นที่ให้โปรแกรมนี้มากๆ

แต่ถามว่าฝั่งผู้ใช้ Mac มีทางเลือกมั้ย? ก็มีนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จบลงด้วยการที่ต้องเรียกใช้คำสั่งจาก Xcode อยู่ดี = สรุปว่า ลงเถอะ ง่ายสุดแล้ว

 

สุดท้าย

จะเลือกใช้ IDE แบบไหนนั้น แล้วแต่ตัวโปรแกรมเมอร์เลย IDE เป็นแค่โปรแกรมที่เราเอาไว้พิมพ์โค้ดเท่านั้น ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาก็เหมือนกัน

แนะนำสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นคือพยายามเขียนเองให้ได้โดยอย่างพึ่งความสามารถในการ auto ของ IDE มากเกินไปนะ

537 Total Views 6 Views Today
Ta

Ta

สิ่งมีชีวิตตัวอ้วนๆ กลมๆ เคลื่อนที่ไปไหนโดยการกลิ้ง .. ถนัดการดำรงชีวิตโดยไม่โดนแสงแดด ปัจจุบันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับเว็บไซต์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง งานอดิเรกคือ เขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ เขียนบทความ วาดรูป และ เล่นแบดมินตัน

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *