[ทริป] @Singapore ~ again! อีกครั้งและอีกครั้งกับสิงคโปร์ 2015

สิงคโปร์เป็นประเทศที่เราเคยไปมาครั้งหนึ่งตอนเด็กๆ และจำมันไม่ได้แล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วเพิ่งมีโอกาสไปสิงคโปร์มาอีกครั้ง (กับที่บ้าน) และอีกครั้ง (กับออฟฟิศ) กับประเทศเล็กๆ ที่มีขนาดแค่ครึ่งเดียวของกรุงเทพฯ

เกี่ยวกับสิงคโปร์

ประเทศเล็กๆ หนึ่งในกลุ่ม AEC ที่เล็กมากจริงๆ ขนาดมองไม่เห็นในแผนที่โลก (ส่วนใหญ่จะเห็นแค่คำว่า “Singapore”) ทำให้เที่ยวแค่ไม่กี่วันก็เกือบครบทั้งประเทศแล้ว ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นคนเชื้อสายจีน แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะคุยไม่รู้เรื่องเพราะส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ ยกเว้นคนอายุมากบางคนที่พูดได้แต่ภาษาจีน

เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด สถานที่ท่องเที่ยวมักจะไม่ใช่สายธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น

สภาพอากาศของสิงคโปร์น่าจะร้อนเท่าหรือร้อนกว่าไทยซะอีก และมีโอกาสฝนตกง่ายมากๆ แถมไม่บอกล่วงหน้าด้วยนะ ดังนั้นเตรียมร่มไปด้วยจะดีมาก

หน่วยเงินของสิงคโปร์คือ Singapore Dollar ย่อว่า S$ – 1S$ = 25 บาทโดยประมาณ แต่ค่าครองชีพที่นี่แพงกว่าไทยนะ

ไฟฟ้าใช้ระบบ 220V เหมือนไทยแต่ปลั๊กจะเป็นหัวเหลี่ยมรูปตัว T เหมือนมาเลเซีย

เริ่มออกเดินทาง

ก็เหมือนคนส่วนมาก คือมักจะเดินทางไปสิงคโปร์โดยเครื่องบิน คราวนี้เราไปกับ Singapore Airlines จากสนามบินสุวรรณภูมิ

มาถึงสิงคโปร์ในเวลา 2 ชม. ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ออกนอกประเทศไปไหนไกลเลย (เพราะอากาศก็ยังร้อนเหมือนเดิม ฮา)

การเดินทางในประเทศนี้สำหรับคนที่มาทัวร์ก็ไปกับทัวร์ ถ้ามาเองส่วนใหญ่จะใช้รถไฟใต้ดินที่ไปถึงเกือบจะทุกจุดหมายที่นักท่องเที่ยวชอบไปกัน หรือสำหรับนักปั่นก็มีจักรยานให้เช่าปั่นเล่นเหมือนกันนะ

ตอนเครื่องลงรับกระเป๋าแล้วเดินออกจากประตูมา จะเจอกับบูทขายซิม สำหรับใครที่ต้องการเล่นเน็ตก็สามารถซื้อได้ เป็นซิมโทรศัพท์ธรรมดานี่แหละ ใช้ได้ทั้งโทรและเล่นเน็ต อย่าลืมแลกเบอร์โทรกับเพื่อนเอาไว้ด้วยนะ เวลาหลงกันจะได้โทรหากันได้

สิงคโปร์มีภูมิประเทศเป็นท่าเรือน้ำลึก คล้ายๆ กับฮ่องกงคือเรือใหญ่มาเทียบท่าเอาของขึ้น-ลงเรือได้เลย ไม่ต้องขนถึงเรือเล็กก่อน ชายฝั่งรอบๆ ดาวน์ทาวน์ (ทางใต้ของประเทศ) จึงเป็นท่าเรือแบบนี้เกือบทั้งหมด

สิ่งที่ชอบในสิงคโปร์อย่างนึงคือปริมาณต้นไม้ค่อนข้างเยอะเมื่อคิดว่านี่คือประเทศที่พื้นที่มีจำกัดมาก ส่วนใหญ่บ้านเรือนจะสร้างเป็นตึกสูง คนรวยเท่านั้นที่จะมีบ้านพร้อมที่ดินได้

มีสาขาของธนาคารกรุงเทพด้วยนะ

เอาล่ะ… มาดูกันดีกว่าว่าเราไปที่ไหนมาบ้าง

#Garden by the Bay

เป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่สิงคโปร์สร้างขึ้น เป็นสวนขนาดใหญ่ที่เมื่อพูดถึงมัน คนทั่วไปมักจะคิดถึงเจ้าต้นไม้ยักษ์เป็นอันดับแรก แต่ถึงขนาดของสวนจะใหญ่กว่าสวนลุมพินีถึง 2 เท่าแต่จุดที่นักท่องเที่ยวไปกันกลับมีอยู่แค่จุดสองจุดเท่านั้น

Supertree + Skyway

ต้นไม้ยักษ์และทางเดินสู๊ง~สูง

เจ้าต้นพวกนี้แหละ ซิกเนเจอร์ของสวนนี้เลย เป็นต้นไม้จำลองสร้างโดยมุนษย์ เรียกว่า Super-Tree Grove มีทั้งหมด 18 ต้นสูงประมาณ 30 เมตร มีสะพาน Sky-way เชื่อมบางต้นด้วย แต่ถึงแม้ว่าเจ้าสวนเนี้ยมันจะเข้าฟรีแต่ถ้าจะขึ้นสะพาน ต้องจ่ายเพิ่มนะ 5 S$

ในบริเวณสวนมีพวกรูปสลัก สิงโตหิน สมกับเป็นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายจีน

แต่การถ่ายรูปเจ้าต้นไม้ (ปลอม) พวกนี้ค่อนข้างยากนะ คือมันสูง แล้วเวลาถ่ายมันจะย้อนแสงแน่ๆ ต้องอาศัยพลังกล้องของใครของมัน และดวงนิดหน่อยว่าวันนั้นฟ้าเปิดแค่ไหน

ส่วนบนทางเดินมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเพราะสูง แต่ปัญหาคือส่วนใหญ่จะติดลวดสลิง และปัญหาที่สองสำหรับคนกลัวความสูงคือขึ้นไปแล้วมือสั่น (ฮา)

คำเตือน เจ้าสะพาน Sky-way เนี่ยมันสูง 22 เมตร ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวความสูง เนื้อจากข้างบนลมแรง แถมสะพานเป็นสะพานแขวน มันจะสั่นหน่อยๆ ขึ้นไปแล้วยืนไม่อยู่เลย ต้องทำใจนานมาก

Cloud Forest + Flower Dome

เป็นโดมยักษ์ที่อยู่ข้างๆ ต้นไม้ยักษ์ มีทั้งหมด 2 โดม โดมแรกจะสูงกว่าเรียกว่า Cloud Forest ส่วนอีกโดมจะกว้างกว่าแต่เตี้ยกว่าเรียกว่า Flower Dome ทั้งสองโดมเก็บค่าเข้าชม ถ้าคิดจะเข้าทั้งสองโดมซื้อบัตรแบบรวมเลยจะถูกกว่าซื้อแยก

ภายในโดมจำลองสภาพอากาศแบบปิด แต่ก็ไม่ได้สนิท 100% นะเพราะยังไงช่องทางเข้า-ออกก็ยังมีอากาศภายนอกเข้าได้ แต่ที่เจ๋งมากคือมันติดแอร์! เพราะสิงคโปร์ร้อนมาก และสวนนี่มันก็ใหญ่เหลือเกิน เดินมากว่าจะถึงรับรองว่าเหงื่อออกไม่มากก็น้อยแน่ๆ พอเข้าโดมปุ๊บจะรู้สึกเย็นสบายจนไม่อยากออกมาแน่ๆ

โดยส่วนตัวแล้วชอบโดม Cloud Forest มากกว่า เพราะอย่างแรกคือมันเย็นกว่า สดชื่นกว่า เพราะต้นไม้และน้ำตกเยอะ โดมฟลาวเวอร์จะออกแนวดอกไม้เยอะ ทำให้มีกลิ่นฉุนไปหน่อย

คลาวด์ ฟอร์เรส จะมีหอสูงให้เดินขึ้นไปชมวิวทัศน์เป็นชั้นๆ

มีต้นไม้ (ปลอม!) ทำจากเลโก้ด้วยนะ

ความรู้เสริมสำหรับโดมทั้งสองและซูเปอร์ทรี – ที่ต้นไม้ยักษ์จะติดแผงโซล่าเซลล์เอาไว้เพื่อสร้างพลังงานส่งมาให้โดมทั้งสอง ส่วนอากาศจากโดมทั้งสองจะถูกส่งไปยังต้นไม้ยักษ์แล้วกระจายออกทางท่อที่ทำเป็นกิ่งของต้นไม้ยักษ์

#โบสถ์ วัด พิพิธภัณฑ์ แลนด์มาร์ค

สิงคโปร์เป็นประเทศที่คนจีนเยอะ แต่ช่วงเวลาตอนเริ่มสร้างเมืองนั้น ที่นี่ถูกใช้เป็นเมืองท่าด้วย ทำให้ในเมืองมีทั้งโบสถ์ฝรั่งและวัดจีนสลับกันไป พิพิธภัณฑ์ก็เยอะ (แต่ไม่เข้าไปเที่ยวซักที่เลย)

วิหารเซนต์ แอนดรูว์ เป็นโบสถ์เก่าที่สุดในสิงคโปร์ อยู่ติดกับสถานนีรถไฟฟ้า City Hall เลย ข้างในเงียบมาก แค่เดินก็รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นจุดสนใจจากทุกคนที่นั่งสวดมนต์อยู่แล้ว จะกดถ่ายรูปทีนี่ต้องสะดุ้งตามเสียงชัตเตอร์ อยู่แป๊ปเดียวก็เลยรีบออกมา กลัวรบกวนคนอื่น

วัดหลายที่ปิดการเข้าชมเร็ว เย็นๆ 5โมงก็ปิดกันแล้ว ถ้าจะไปต้องไปเร็วนิดหน่อยนะ

พิพิธภัณฑ์ Red Dot (รูปล่างขวา) เป็นตึกยาวสีแดง

แลนด์มาร์คยอดฮิตกับ เมอร์ไลอ้อน สิงคโปร์มีเมอร์ไลอ้อนอยู่ 3 ตัว แต่ตัวนี้ดังที่สุด อีกตัวอยู่ใกล้ๆ กับตัวนี้ ขนาดเล็กกว่าเป็นรุ่นโปรโตไทป์ ส่วนตัวใหญ่ที่สุดอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า

บริเวณ Clarke Quay (อ่านว่าคล๊าก คีย์ อย่าอ่านเสียงอื่นนะ) จะมีบริการนั่งเรือชมแม่น้ำสิงคโปร์ จนไปถึงอ่าวด้านหน้าที่มีตึก Marina Bay Sands อยู่ด้วย … แน่นอนว่าเสียตังค์นะจ๊ะ

#Universal Studios Singapore

เชื่อว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่คนมาเที่ยวสิงคโปร์กำหนดไว้ในแผนการเที่ยว กับสวนสนุกใหญ่ยักษ์ ที่มีเครื่องเล่นมากมาย (พร้อมแถวคนต่อคิวเล่นยาวเฟื้อยชนิดว่ากะไว้เลยว่าเครื่องละ 1 ชม.)

ยูนิเวอร์แซลตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า จะไปต้องนั่งรถข้ามไปไม่งั้นก็ต้องนั่งรถรางข้ามไป ลงสถานนีแรกๆ เลยแล้วก็เดินตามคนหมู่มากไป (ฮา)

สำหรับบัตรเข้ายูนิเวอร์แซลจะเป็นแบบจ่ายค่าเข้าครั้งเดียว แล้วเล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่าง กี่รอบก็ได้ แต่ต้องต่อแถวเอาเองนะ ไม่เหมือนดีสนีย์แลนด์ที่ให้มากดบัตรซึ่งจะบอกเวลาที่ได้เล่นแล้วกลับมาให้ทันเวลาก็พอ แต่สำหรับคนที่ขี้เกียจรอและอยากจะเล่นให้ครบให้ทันในหนึ่งวันแนะนำว่าให้ซื้อบัตร Express หรือบัตรเบ่งที่มี 2 ราคาคือ 50 S$ กับ 70 S$ แบบแรกจะใช้แซงคิวได้เครื่องเล่นละครั้ง ส่วนแบบที่สองจะเป็นแซงคิวได้อันลิมิต

ยูนิเวอร์แซลที่นี่แบ่งออกเป็นหลายโซน เข้าไปแล้วจะพบทางแยกซ้ายกับขวา ไปทางไหนก็เหมือนกันเพราะทางเดินในนี้มันเป็นวงกลม แต่สำหรับใครที่อยากเล่นเครื่องเล่นใหญ่ๆ พวกทรานฟอร์มเมอร์ หรือรถไฟเหาะสตาร์กาแลคติดให้ไปทางขวานะ

รถไฟเหาะ สตาร์กาแลคติด สตอรี่คือเป็นการสู้กับระหว่างคนกับเอเลี่ยน รางแดงจะเป็นฝ่ายมนุษย์ (ฮิวแมน) เป็นแบบนั่งเท้าติดพื้น รางน้ำเงินจะเป็นเอเลี่ยน (ไซโคลน) เป็นแบบนั่งห้อยขา

ทั้งสองอันถือเป็นเครื่องเล่นคนละอันกัน อยากเล่นทั้งสองอันต้องต่อแถวสองรอบ

เล่นมาแล้วทั้งสองอัน ชอบอันสีน้ำเงินมากกว่า เพราะมันแรง+เร็วกว่า

ส่วนทรานฟอร์มเมอร์กับมัมมี่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะรางรถไฟอยู่ในอาคารปิด ทรานฟอร์มเมอร์จะเป็นเครื่องเล่นที่ต้องใส่แว่น 3D เล่นด้วย ส่วนมัมมี่เป็นรถไฟเหาะในความมืด

ส่วนทางซ้ายจะเป็นอะไรที่เบาๆ เช่นล่องเรือชิวๆ เย็นๆ ในมาดากัสก้า หรือดูโชว์ 4D ในปราสาทเชร็ก (Far Far Away Land) แต่ที่แนะนำของฝั่งนี้คือให้ไปเล่น Puss in Boots เป็นเครื่องเล่นรถไฟเหาะที่ไม่ค่อยเร็วเท่าฝั่งทางขวา แต่ฉากสวยดี (อันที่เป็นหอคอยมีต้นถั่วเขียว ? พันรอบนั่นแหละ)

ด้านในสุด คือไม่ว่าจะเดินจากฝั่งซ้ายหรือขวามาก็จะมาจบที่ตรงนี้คือโซนจูราสสิกปาร์ค มีเครื่องเล่นเป็นล่องแก่งเบาๆ แต่ใครจะเปียกมากน้อยแค่ไหนก็วัดดวงเอาละกันนะ

ข้างจูราสสิกปาร์คมีโชว์ Water World ด้วย แต่ต้องดูรอบดีๆ นะ วันนึงมีประมาณ 2-3 รอบเท่านั้น ที่นั่งจะแบ่งเป็น 3 โซนคือ “เปียกแน่ๆ” “เปียกนิดหน่อย” และ “ไม่เปียกเลย” เลือกดีๆ ล่ะ

ช่วงที่ไปเป็นช่วง ฮัลโลวีน ไนท์ พอดี ยูนิเวอร์แซลเลยมีอีเวนท์พิเศษ เปิดยาวถึงเที่ยงคืน มีบ้านผีสิงเปิดเพิ่มด้วย แต่เราไม่เล่น ไปต่อแถวพวกรถไฟเหาะแทน เล่นรถไฟเหาะตอนกลางคืนก็สวยดีนะ

ปาลาวัน บีช และ รอบๆ เกาะเซ็นโตซ่า

จุดขายของเกาะเซ็นโตซ่าคือยูนิเวอร์แซล แต่รอบๆ เกาะก็มีที่เที่ยวเยอะอยู่นะ ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เช่น ไต่หน้าผา เล่นเซิร์ฟ โหนตัว ลูจ และมีอควอเรี่ยมด้วย หรือสำหรับสายของกิน ก็มีร้านขนมเยอะแยะ ที่สำคัญคือเป็นที่ตั้งของเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ สูง 37 เมตร (สูงกว่าสกายเวย์ของต้นไม้ยักษ์เกือบ 2 เท่า … ฉันจะไม่ขึ้นไป)

ทางใต้ของเกาะ เป็นที่ตั้งของ ปาลาวัน บีช ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวแถวๆ นี้ ทำให้มันสงบมาก จะมีเกาะเล็กๆ เชื่อมด้วยสะพานเชื่อม ข้ามฝั่งไปได้ไม่เสียเงิน

ข้ามไปแล้วจะพบป้าย “จุดใต้สุดของทวีปเอเชีย”

#ไชน่าทาวน์

ย่านคนจีนของสิงคโปร์ มีรถไฟฟ้าจอดที่นี่พอดี ขึ้นมาก็เจอใจกลางไชน่าทาวน์เลย คนค่อนข้างเยอะตลอดเวลา ไม่เหมาะกับพวกชอบความสงบ ของขายเยอะ ส่วนใหญ่ออกแนวจีนๆ (แหงล่ะ)

ไชน่าทาวน์เป็นที่ตั้งของ วัดพระเขี้ยวแก้ว วัดที่เก็บกระดูกฟันของพระพุทธเจ้าเอาไว้ ข้างในสวยมาก แอร์เย็นด้วย

พอดีเป็นปีลิง เลยมีตุ๊กตาลิงเต็มไปหมด

ตอนที่ไปเป็นรอบสวดมนต์พอดี มีคนธรรมดามานั่งอ่านบทสวดด้วย

อาคารแถวๆ นี้ส่วนใหญ่เป็นอาคารเก่า สายวินเทจน่าจะชอบ

#Singapore @ night

ประเทศนี้คึกคักตลอดเวลา ตอนกลางคืนออกไปเดินเล่นได้ ไม่ค่อยอันตรายเพราะเปิดไฟสว่างและคนเยอะ

แถวๆ ออร์ชาร์ดมีคนมาเล่นโชว์ข้างถนนด้วย

ดึกๆ มีร้านของกินเปิดกันเยอะ

#สวนนกจูร่ง

สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไม่ค่อยมีใครมาเที่ยวเท่าไหร่เพราะอยู่ไกลจากดาวน์ทาวน์ สวนนกจูร่งอยู่ฝั่งตะวันตก การเดินทางยากนิดนึง นั่งรถไฟฟ้าไปขึ้นที่สถานนี Boon Lay พอถึงแล้วต้องนั่งรถเมล์สาย 251 ต่อไปอีกป้ายสองป้าย

สถานนี Boon Lay อยู่ไกลแค่ไหนน่ะเหรอ … ไปต่ออีก 2 สถานนีก็สุดป้ายฝั่งตะวันตกของสิงคโปร์แล้ว จากเขตดาวน์ทาวน์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แต่การนั่งไปไกลขนาดนั้นก็จะให้บรรยากาศอีกแบบเพราะรถไฟฟ้าใต้ดินจะขึ้นมาวิ่งบนดินแทน ทำให้ดูวิวไปเรื่อยๆ ได้ไม่เบื่อแบบตอนอยู่ในเขตดาวน์ทาวน์

#สะพานแฮนเดอร์สัน

อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีคนมา Handerson Waves เป็นสะพานไม้รูปคลื่นยาวเกือบ 300 เมตร วิธีเดินทางยากเหมือนสวนนกจูร่งเลย คือรถไฟฟ้าไปที่สถานนี HarbourFront แล้วต่อรถเมล์สาย 131 ไปอีก 4 ป้าย … เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคุณจะมาอยู่แค่ใต้สะพานเท่านั้น จะขึ้นสะพาน ต้องเดินขึ้นทางเดินที่เป็นบันไดเลียบเชิงเขาขึ้นไปอีกไกลเลย

หมดแล้วสำหรับทริปสิงคโปร์ สรุปสั้นๆ คือเป็นประเทศที่ดีมาก ถ้าไม่ติดว่าร้อนพอๆ หรือร้อนกว่าไทยจะน่าเที่ยวมาก แต่ข้อเสียคือพื้นที่เขามีจำกัด สถานที่เที่ยวสายธรรมชาติจะไม่ค่อยมี

1931 Total Views 3 Views Today
Ta

Ta

สิ่งมีชีวิตตัวอ้วนๆ กลมๆ เคลื่อนที่ไปไหนโดยการกลิ้ง .. ถนัดการดำรงชีวิตโดยไม่โดนแสงแดด ปัจจุบันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับเว็บไซต์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง งานอดิเรกคือ เขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ เขียนบทความ วาดรูป และ เล่นแบดมินตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *