[รีวิว-เรื่องย่อ] Freelance – 2015 ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (★☆☆)

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015)

ให้คะแนน (★☆☆)


รีวิว นี้เป็นความเห็นส่วนตัว คะแนนที่ให้ทั้งหมดมาจากความประทับใจของตัวเองล้วนๆ ไม่สนกระแส ไม่สนบทภาพยนตร์ ไม่สนนักแสดง-ผู้กำกับเป็นใคร พล็อตซ้ำไม่ซ้ำก็ไม่สน ถ้ามันสนุกก็คือสนุก โอเคนะ ^__^ ★★★ = สนุกมาก ประทับใจ อยากดูซ้ำหรือมีภาคต่อก็จะตามดูอีก ★★☆ = สนุกโอเคเลย ★☆☆ = ธรรมดา พอดูฆ่าเวลาได้ ☆☆☆ (ไม่มีดาว ) = ไม่หนุก ดูไม่จบ ไม่อยากดูแล้ว

ปกติเป็นคนไม่ค่อยดูหนังไทย … ไม่สิ ใช้คำว่าไม่ดูหนังไทยเลยจะดีกว่า เพราะถ้าให้ลิสต์รายชื่อหนังไทยที่เคยดูก็คงมีไม่ถึง 10 เรื่อง (สุริโยไทย พระนเรศวร องค์บาก โหมโรง แฟนฉัน … นึกออกแค่นี้ ฮา) ไม่ใช่เพราะหนังไทยไม่ดี แต่มันไม่ใช่แนวเรา แต่กับฟรีแลนซ์ คือยังไงดีล่ะ ก็Freelanceอ่ะ ไหนๆ ตัวเองก็เป็นกึ่งๆ ฟรีแลนซ์อยู่ก็อยาก…เอ้า ดูก็ได้ เผื่อจะสนุก

แล้วก็เป็นแบบที่คาด คือหนังดำเนินเรื่องช้ามาก ขนาดนั่งดูฟรีแลนซ์ไป ทำงานฟรีแลนซ์ไปคนละจอ ก็ยังดูรู้เรื่องอยู่เลยน่าจะเป็นเพราะปกติชอบดูหนังแอคชั่นระเบิดตูมตามไม่ก็แนวเนื้อเรื่องซับซ้อนแบบอินเซ็ปชั่น พอมาดูแนวเบาๆ เลยเห็นว่ามันช้ามากก็เป็นได้

เคยได้ยินมาว่าหนังค่าย GTH จะออกเป็นหนังเบาๆ ฟิลกู๊ด ก็น่าจะจริงแบบที่ว่า (แต่ไม่เคยดูหนังเรื่องอื่นของค่ายนี้เลยนะ นอกจากแฟนฉัน จนตอนนี้ค่ายปิดตัวไปแล้ว)

เรื่องการแสดงของนักแสดง อันนี้คงไม่มีอะไรจะคอมเมนท์เพราะปกติไม่ดูหนังไทย เลยไม่รู้ว่าที่เล่นดูแข็งๆ นี่ปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วรึเปล่า หรือเป็นแนวของหนังไทยกันแน่

แต่ส่วนที่ชอบน่าจะเป็นเอาความจริงของฟรีแลนซ์ส่วนหนึ่งมาตีแผ่ (ใช้คำว่าส่วนหนึ่งก็พอนะ เพราะบางเรื่องก็เวอร์ไปซะหน่อย) ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีเรื่องที่ตรงกับตัวเราบ้าง เช่นทำงาน 7 วัน ไม่มีการหยุดเสาร์-อาทิตย์ ชอบทำงานอยู่บ้านมากกว่าออกไปเที่ยวต่างจังหวัดอะไรแบบนี้

เรื่องเล่าถึงหนุ่มฟรีแลนซ์คนหนึ่ง (พระเอก) ที่โหมทำงานหนักมากจนป่วยขึ้นมา เลยต้องไปหาหมอ (นางเอก) จนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองใหม่ … นั่นละ สาระสำคัญของเรื่อง (ฮา)

ในหนังมีหยอดมุขตลกบ้างประปรายตามสไตล์หนังไทย มีฉากตัวละครพูดกับตัวเองในใจ หรือมีเสียงเอฟเฟ็คตลกๆ บ้างเล็กน้อย ดูภาพรวมแล้วมันเหมือนละครมากกว่าไม่ใช่หนัง แต่จากการไปหาข้อมูลมาพบว่าหนังเรื่องอื่นก็คล้ายๆ แบบนี้ เลยสรุปว่าไม่ใช่หนังเรื่องนี้แหวกแนวแต่มันเป็นเทรนด์ของค่ายนี้ (ฮา)

ส่วนถ้าพูดถึงตอนจบ เนื้อเรื่องดำเนินมาแบบเรียบๆ พอถึงตอนจบ ก็จบแบบเรียบๆ จนเรางงๆ นิดๆ ว่ามันจบแล้วเหรอ จบแบบนี้? ไม่สรุปอะไรหน่อยเหรอไง? เออ แล้วมันก็จบแบบนั้นจริงๆ ด้วย

สรุป … ฟรีแลนซ์เป็นหนังที่ออกมาตามกระแสของอาชีพยอดฮิตของคนยุคนี้ เนื้อเรื่องเล่าจิกกัดฟรีแลนซ์เต็มเวลา (หมายถึง 7วัน 24ชม.) อยู่นิดหน่อย ถ้าดูแบบไม่คิดอะไร ก็ดูได้เรื่อยๆ แต่ถ้าชินกับหนังที่เนื้อเรื่องซับซ้อน เดินเรื่องฉับไวแบบเราก็ไม่น่าจะชอบมาก เพราะมันช้ามาก

— ข้างล่างมีสปอยด์ / Spoil Alert! —

เนื้อเรื่องย่อ

“ยุ่น” เป็นฟรีแลนซ์ กราฟิกดีไซเนอร์ ที่ขึ้นชื่อในวงการ ขึ้นขนาดว่ายอมอดหลับอกนอนทำงาน เพื่อรักษามาตราฐาน แค่ฉากเปิดของเรื่องที่ยุ่นกำลังปั่นงานให้ทันลูกค้าอยู่ก็บอกออกมาแล้วว่าไม่ได้นอนมา 4 วันแล้ว

ยุ่นรู้สึกดีที่ปฏิทินมีตารางงานลงอยู่เต็มทุกช่องไม่เคยขาด ไม่เว้นแม้แต่เสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดราชการ ขนาดไปร่วมงานศพพ่อเพื่อนยังเอางานไปทำที่วัดเลย

ยุ่นมีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นคนคอยหางานมาให้ชื่อ เจ๋ เป็นคนนิ่งๆ ดุๆ คอยเอางานมาให้และมารับงานไปส่งให้ลูกค้า จนวันหนึ่งยุ่นพบว่ามีฝื่นขึ้นที่หลังคอตัวเองจึงไปหาหมอซึ่งค่าหมอแพงมาก ไปอ่านในเน็ตจึงพบคำแนะนำว่าลองไปหาโรงพยาบาลรัฐดูสิ เพราะค่ารักษาถูกกว่า แต่ก็เจอคิวเป็นร้อยแทน จนในที่สุดก็ถึงคิวของยุ่น เข้าไปหาหมอ หมอที่ยุ่นเข้าไปเจอเป็นผู้หญิง ชื่ออิม พอตรวจเสร็จหมออิมก็นัดให้มาตรวจใหม่ในเดือนถัดไป พร้อมกำชับว่าให้ทานยาให้ครบ นอนก่อน3ทุ่ม และออกกำลังการด้วย

แต่ก็อย่างว่าคือยุ่นทำไม่ได้ ยาที่ให้มากินไปก็ง่วงจนปั่นงานไม่เสร็จ ยุ่นเลยไม่ได้กินยาเลย ผ่านไปหนึ่งเดือน ยุ่นก็ไปหาหมอใหม่อีกครั้ง อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นก็โดนหมดว่า กลับมารอบนี้ยุ่นเลยตั้งใจจะนอนเร็ว แต่แค่วันแรกที่จะนอนเร็วขณะกำลังตรวจเช็กงานรอบสุดท้ายก็พบว่างานตัวเองมีตำหนินิดหน่อย แต่ก็จำใจกดส่งไปเพราะคิดว่ามันเล็กมาก ไม่น่ามีใครเห็น กดส่งไปเลย แต่พอมานอน กลับนอนไม่หลับเพราะกังวลยันเช้า จนตอนเช้าก็ไปเข้ายิม แต่ก็เล่นอะไรไม่ค่อยไหว

จนยุ่นเพิ่งนึกได้ว่าลืมเปิดมือถือ ก็พบว่ามีสายไม่ได้รับเยอะมากจากเจ๋ บอกว่างานที่ส่งมาให้น่ะ มีตำหนินะ แต่โทรหายุ่นไม่ได้เลยส่งให้ เจิด รุ่นน้องแก้ไปแล้ว ยุ่นโมโหว่าทำไมส่งงานตัวเองให้คนอื่นแก้ แต่เจ๋ก็แย้งว่าก็พี่ไม่เปิดเครื่องจะให้ทำยังไง และพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ยุ่นกลับมาคิด “ปกติพี่เนียบกว่านี้นะ”

พอมาถึงเดือนถัดไป ยุ่นก็ไปหาหมอใหม่ คราวนี้อาการไม่ดีขึ้น หมออิมเลยซักประวัติยุ่นสักหน่อย ยุ่นเล่าว่าอาหารโปรดของตัวเองคือขนมจีบกุ้งเซเว่น หมออิมถามว่าวันว่างๆ ชอบทำอะไร ไปดูหนังฟังเพลงเดินสยาม ยุ่นกลับบอกว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เดินสยามทำไม เสียเวลา สั่งที่อยากจะทำคือคิดโปรเจค ทำงาน ยุ่นบอกว่าอดนอนได้ 5 วันซึ่งหมออิมก็บอกว่าให้เลิกเถอะ หรืออย่างน้อยก็ลดหน่อย ยุ่นกลับบอกว่าเราทำได้ รู้สึกดีกว่าคนทั่วไปที่มีงานตลอดเวลา

เจ๋เรียกยุ่นออกมาหา พร้อมให้ดูว่างานที่เจิดแก้ไปเป็นยังไง แล้วพูดอีกว่าทุกคนเขาลือกับว่าเป็น “ยุ่น2” ในวงการแล้วนะ จากนั้นก็เอางานใหม่มาให้ดู เป็นงาน Adidas Japan ซึ่งยุ่นอยากทำมานานแล้ว ยุ่นตอบตกลงทันทีก่อนจะคิดในใจว่าหมอเพิ่งสั่งให้นอนและพักผ่อน

ยุ่นรับงานมาทำ แต่พอกินยาเข้าไปก็หลับยันเช้าจนมีเรื่องกับเจ๋ว่าทำงานไม่ทัน เจ๋เลยโทรไปให้เจิดช่วยทำต่อ ยุ่นโมโหแต่ก็เป็นความผิดตัวเองจริงๆ จนถึงกำหนดเดือนต่อไป ยุ่นแบกงานไปทำถึงโรงพยาบาล หมออิมเห็นว่าทัศนคติของยุ่นน่าจะไม่ไหวแล้ว ทั้งสองคนเลยคุยกับจริงจัง สุดท้ายเมื่อหมอเห็นว่ายุ่นยังไงก็จะทำงานโดยไม่รู้สึกผิดต่อร่างกายตัวเองเลยก็พูดแบบตัดใจว่างั้นก็เอายาไปกินละกัน

ส่วนงาน Adidas เจ๋ก็บอกว่าลูกค้าขอเปลี่ยนไปให้เจิดทำแทนเพราะงานยุ่นไม่ดีพอ ยุ่นเลยได้หยุดปีใหม่แบบว่างๆ กับเขาบ้าง ยุ่นไปทะเลแบบที่หมดแนะนำ (ใช้ชีวิตสโลวไลฟ์) พร้อมกับหาของขวัญเป็นเครื่องเขียนรูปหลอดฉีดยาไปให้หมอเพื่อขอโทษที่คิดว่ายังไงตัวเองก็ต้องทำงานไม่ฟังหมอ แต่เดือนนี้คนที่มาตรวจกลับเป็นหมออีกคนเพราะหมออิมไปเข้าเวร

เจ๋มาบอกว่าตัวเองจะลาออกเพราะแต่งงานและท้อง ยุ่นเสียใจเพราะนึกว่าเจ๋จะทำงานด้วยกันไปตลอด ยุ่นไปหาหมออีกที ก่อนจะเข้าห้องคราวนี้มีคนไข้โวยวายว่าหมอวินิจฉัยโรคผิดพลาด เป็นหมอภาษาอะไร หมออิมเลยเสียใจและหมดกำลังใจ ยุ่นเลยต้องปลอบ ยุ่นบอกว่ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไข้ไม่ดีมาตลอดเลยเพราะรู้สึกว่าการเป็นหมอก็ยากเหมือนกัน ตอนต้องมาพูดให้กำลังใจคนอื่น

หลังจากตกงานและได้พัก ยุ่นก็พบว่าโรคของตัวเองหายแล้ว แต่ก็กลับไปพบหมอในเดือนต่อไป หมออิมดีใจว่าหายแล้ว เลยขอจับมือแสดงความสำเร็จที่ยุ่นหายได้ แต่ยุ่นกลับเลยไม่กล้าแล้วออกมาโดยไม่ได้จับมือ

หลังจากนั้น ยุ่นก็กลับมาทำงานใหม่ โดยมีงานใหม่จากพี่เป้ง โดยบอกว่าเป็นงานใหญ่มาก ระดับที่เปิดแสดงที่นิวยอร์ค มีเวลาให้2อาทิตย์ ในโลกนี้น่าจะมีแต่ยุ่นคนเดียวที่ทำทัน ถ้าทำได้ งาน Adidas ของเจิดกลายเป็นงานเล็กๆ ไปเลย ยุ่นเลยเข้าสู่วงจรเดิมใหม่อีกรอบ เจ๋ได้ข่าวเลยโทรมาหาด้วยความเป็นห่วงว่าคำชมของพี่เป้งเชื่อไม่ได้นะ งานนี้มันงานระดับ2เดือน แต่เขาให้ทำในระดับ2อาทิตย์ แต่ยุ่นไม่ฟังตัดสายไป

ในที่สุดผ่านไปหลายวัน ร่างกายก็ไม่ไหว ยุ่นล้มฟุบอยู่ในห้อง นึกถึงว่าถ้าตัวเองตายจะเป็นยังไง จนพี่เป้งที่โทรตามงานไม่ได้มาหาถึงห้อง แล้วพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ยังไม่วายขนคอมมาให้ถึงโรงพยาบาลและบังคับให้ทำงานต่อ คราวนี้ยุ่นไม่ทำและจะพักผ่อนจริงๆ เจ๋มาเยี่ยม แล้วยุ่นก็เล่าว่าพี่เป้งโกรธมากแล้วบอกว่าเตรียมหางานใหม่ได้เลย เจ๋บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวหางานให้เองแต่ขออย่าทำอะไรแบบนี้อีก

จากการป่วยใหม่ ยุ่นเลยกลับไปหาหมออิมอีกรอบ หมออิมบอกว่าตอนนั้นที่ออกไปโดยไม่จับมือก็โกรธนะ เพราะถือเป็นเพื่อนกันแล้ว ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้

 

3516 Total Views 3 Views Today
Ta

Ta

สิ่งมีชีวิตตัวอ้วนๆ กลมๆ เคลื่อนที่ไปไหนโดยการกลิ้ง .. ถนัดการดำรงชีวิตโดยไม่โดนแสงแดด ปัจจุบันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับเว็บไซต์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง งานอดิเรกคือ เขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ เขียนบทความ วาดรูป และ เล่นแบดมินตัน

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *